วิธีตั้งค่า Yoho VPN บน iPhone (คู่มือปี 2026)

อัปเดตเมื่อ 2026-07-23 · อ่าน 6 นาที

ตั้งค่า Yoho VPN บน iPhone ตั้งแต่ต้นจนจบอย่างไร

ค้นหา "Yoho VPN" ใน App Store หรือเปิด yohovpn.com/download บน iPhone แล้วแตะปุ่ม App Store — ต้องใช้ iOS 15 ขึ้นไป เปิดแอป กรอกอีเมลของคุณ แล้วพิมพ์รหัส 6 หลักที่เราส่งไปให้ ไม่ต้องสร้างรหัสผ่านใด ๆ และถ้าคุณซื้อ Pro ผ่านเว็บไว้แล้ว มันจะซิงค์เข้ากับแอปโดยอัตโนมัติ ครั้งแรกที่คุณเชื่อมต่อ iOS จะแสดงข้อความระบบว่า "VPN would like to add configurations" — แตะ Allow แล้วยืนยันด้วย Face ID, Touch ID หรือรหัสผ่านของเครื่อง จากนั้นแตะ Connect แล้ว Yoho จะเลือกเส้นทางที่เร็วและแข็งแรงที่สุดให้โดยอัตโนมัติ ควรทำสิ่งนี้ก่อนขึ้นเครื่อง โดยเฉพาะถ้าจะไปจีนแผ่นดินใหญ่ เพราะแอปสโตร์และเว็บไซต์ VPN จะเข้าถึงยากทันทีที่ลงจอด — ดู การใช้ VPN ในจีน เพื่อรู้ล่วงหน้าว่าควรคาดหวังอะไร

ทำไม iOS ถึงขอเพิ่มการตั้งค่า VPN และข้อความนี้ปลอดภัยที่จะกด Allow หรือไม่

"VPN would like to add configurations" เป็นกล่องข้อความมาตรฐานของระบบ iOS ไม่ใช่สิ่งที่ Yoho VPN ออกแบบขึ้นมาเอง — แอป VPN ทุกตัวบน iPhone ต้องขึ้นข้อความนี้ เพราะ Apple กำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตอย่างชัดเจนก่อนที่แอปใดจะสามารถจัดเส้นทางการรับส่งข้อมูลเครือข่ายของคุณได้ การกด Allow แล้วยืนยันตัวตนด้วย Face ID หรือรหัสผ่าน จะทำให้ iOS ติดตั้งโปรไฟล์ VPN ท้องถิ่นที่จำกัดขอบเขตเฉพาะแอป Yoho VPN เท่านั้น ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทุกเมื่อใน Settings ขั้นตอนนี้ทำแค่ครั้งเดียวต่อการติดตั้งหนึ่งครั้ง แต่จะปรากฏขึ้นอีกถ้าคุณลบแล้วติดตั้งแอปใหม่

ควรทำอย่างไรถ้าเห็นข้อความ "VPN configuration install failed"

โดยปกติแล้วหมายความว่ามีบางอย่างกำลังบล็อกการติดตั้งโปรไฟล์อยู่ ไม่ใช่ว่า Yoho VPN เองเสีย ตรวจสอบ Screen Time ว่ามีข้อจำกัด "Don't Allow Changes" สำหรับ VPN อยู่หรือไม่ แล้วปิดมันถ้ามี ตรวจสอบว่ามีโปรไฟล์งานหรือ MDM ที่หลงเหลืออยู่ซึ่งบล็อกการตั้งค่า VPN ส่วนตัวหรือไม่ และดูใน Settings > General > VPN & Device Management ว่ามีรายการ Yoho VPN เก่าจากความพยายามครั้งก่อนหลงเหลืออยู่หรือไม่ แล้วลบมันทิ้ง บังคับปิดแอป รีสตาร์ท iPhone เพื่อล้างโปรไฟล์ที่ติดตั้งค้างอยู่ครึ่งหนึ่ง แล้วลองเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง

Yoho VPN ค้างอยู่ที่ "Connecting…" — อะไรที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริง

ให้เวลามันก่อนสัก 15-20 วินาที — ระบบให้คะแนนเส้นทางแบบเรียลไทม์ของ Yoho จะทดสอบเส้นทางต่าง ๆ ก่อนที่จะเลือกใช้เส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง ซึ่งอาจใช้เวลาสักครู่บนเครือข่ายที่ช้า ยังค้างอยู่อีกใช่ไหม ลองเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) ทิ้งไว้ 10 วินาที หรือสลับจาก Wi-Fi ไปเป็นเครือข่ายมือถือ (หรือสลับกลับ) เพื่อตัดปัญหาเรื่อง captive portal หรือเครือข่ายที่กำลังบล็อกโปรโตคอล VPN อยู่ ลองเลือกตำแหน่งที่ต้องการด้วยตัวเองแทนโหมดอัตโนมัติ เพราะเส้นทางที่แออัดเส้นหนึ่งอาจค้าง ในขณะที่เส้นทางอื่นใช้งานได้ปกติ ถ้ายังไม่หายอีก ให้บังคับปิดแอปแล้วเปิดใหม่ — kill switch จะป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่ไม่ได้รับการป้องกันรั่วไหลออกไปในระหว่างที่ระบบกำลังลองเชื่อมต่อใหม่

การตั้งค่าหรือการแก้ปัญหาแตกต่างกันระหว่าง iOS 15 กับ iOS 17/18 หรือไม่

ขั้นตอนหลัก — Allow, ยืนยันตัวตน, Connect — เหมือนกันทุกเวอร์ชัน และ iOS 15 คือเวอร์ชันต่ำสุดที่ Yoho VPN รองรับ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือตำแหน่งที่คุณจะพบโปรไฟล์: iOS 15 จะเก็บไว้ใน Settings > General > VPN ในขณะที่ iOS 17/18 ย้ายไปไว้ที่ Settings > General > VPN & Device Management เวอร์ชัน iOS ใหม่ ๆ ยังบังคับใช้ข้อจำกัดของ Screen Time และอุปกรณ์ที่ถูกจัดการอย่างเข้มงวดขึ้นด้วย ดังนั้นข้อจำกัดที่เคยบล็อกข้อความ Allow แบบเงียบ ๆ บนอุปกรณ์รุ่นเก่า มีแนวโน้มที่จะแสดงข้อผิดพลาดอย่างชัดเจนบน 17/18 มากกว่า — ซึ่งมักทำให้หาวิธีแก้ได้ง่ายขึ้น

แตะ "Don't Allow" บนข้อความขออนุญาต VPN ไปโดยไม่ตั้งใจ จะเรียกกลับมาได้อย่างไร

iOS จะไม่ถามซ้ำให้อัตโนมัติ ให้เปิด Yoho VPN ขึ้นมาใหม่แล้วแตะ Connect อีกครั้ง ข้อความ "add configurations" จะปรากฏขึ้นทุกครั้งที่คุณยังไม่ได้อนุมัติ ถ้ามันหยุดปรากฏไปเลย ให้ลบแอปทิ้ง ติดตั้งใหม่จาก App Store ลงชื่อเข้าใช้ด้วยรหัสทางอีเมลอีกครั้ง แล้วแตะ Connect — การติดตั้งใหม่จะบังคับให้กล่องข้อความขออนุญาตปรากฏขึ้นอีกครั้ง บัญชี สถานะ Pro และการตั้งค่าของคุณอยู่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ไม่ได้อยู่บนอุปกรณ์ ดังนั้นการติดตั้งใหม่จะไม่ทำให้ข้อมูลใด ๆ หายไป

Yoho VPN จะกินแบตเตอรี่มากไหม และควรเปิด Always-on VPN หรือไม่

คาดว่าจะมีการใช้แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยระหว่างเชื่อมต่ออยู่ — การเข้ารหัสข้อมูลใช้ CPU บ้าง คล้ายกับแอปใด ๆ ที่มีการเชื่อมต่อทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ควรจะเห็นผลชัดเจนมากบน iPhone รุ่นใหม่ ๆ "Always-on VPN" ของ iOS เป็นฟีเจอร์แยกต่างหากที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแล ซึ่งต้องใช้การจัดการอุปกรณ์แบบ MDM ระดับองค์กร ไม่จำเป็นสำหรับการใช้งานส่วนตัว และ Yoho VPN ก็ไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้ kill switch ของ Yoho เองบล็อกข้อมูลที่ไม่ได้รับการป้องกันอยู่แล้วหากทันเนลหลุด ดังนั้นปิด Always-on ไว้ได้ เว้นแต่อุปกรณ์ทำงานที่ถูกจัดการบังคับให้เปิด และตัดการเชื่อมต่อเมื่อไม่ต้องการการป้องกัน

ทำไมควรเปิด Smart Split ทิ้งไว้ แทนที่จะให้ทุกอย่างวิ่งผ่าน VPN ทั้งหมด

Smart Split จะให้แอปในแผ่นดินใหญ่กว่า 30 แอป — WeChat, Alipay, Amap, แอปส่งอาหาร และอื่น ๆ — ใช้การเชื่อมต่อท้องถิ่นโดยตรง ในขณะที่ทุกอย่างที่เหลือวิ่งผ่านทันเนลที่เข้ารหัส การให้แอปเหล่านั้นวิ่งผ่าน VPN แทนจะแค่ทำให้ช้าลง และอาจกระตุ้นการตรวจสอบตำแหน่งหรือความเสี่ยงของแอปเอง มันฟรีในทุกแพ็กเกจ ไม่ใช่แค่ Pro เท่านั้น จึงไม่มีต้นทุนอะไรจากการเปิดทิ้งไว้ — และยังหมายความว่าปริมาณข้อมูลที่ต้องใช้ความเร็วเต็มจะน้อยลง ทำให้โควตารายเดือนของคุณใช้ได้นานขึ้น

จะยืนยันได้อย่างไรว่าการเชื่อมต่อใช้งานได้จริง และควรอ่านอะไรต่อ

ตรวจสอบว่าสถานะในแอปแสดงคำว่า Connected พร้อมตัวจับเวลาที่กำลังทำงานอยู่ แล้วลองเปิดเว็บไซต์หรือแอปที่เคยถูกบล็อกหรือช้ามาก่อน — ถ้าตอนนี้โหลดได้ตามปกติ ก็แปลว่าใช้งานได้แล้ว กำลังจะไปจีนแผ่นดินใหญ่ใช่ไหม อ่าน แอปที่ถูกบล็อก เพื่อรู้ล่วงหน้าว่าควรคาดหวังอะไรก่อนลงจอด หรือกำลังจะไปญี่ปุ่นแทน VPN สำหรับญี่ปุ่น ครอบคลุมเส้นทางและการตั้งค่าที่ใช้งานได้ดีที่สุดที่นั่น การเข้าถึงขึ้นอยู่กับเครือข่ายและภูมิภาคของคุณเสมอ และอาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ดังนั้นไม่มี VPN ใดที่จะรับประกันได้ว่าเว็บไซต์หนึ่ง ๆ จะใช้งานได้ตลอดไป การเลือกตำแหน่งสำรองไว้ล่วงหน้าจึงเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดี

Yoho VPN — เริ่มต้นฟรี1 GB/เดือน · ไม่ต้องใช้บัตร
ดาวน์โหลดแอป